ความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งของ ลิเวอร์พูล กับแชมป์สโมสรโลก

0 Comments


จากความสำเร็จสูงสุดเมื่อฤดูกาลที่แล้วจากแชมป์ถ้วยหูใหญ่ของยุโรป ฟุตบอล ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก ด้วยขุมกำลังหลัก อย่าง ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่  และผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดอย่าง เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ หลังจากเข้าชิงชนะเลิศกับฟลาเมงโก้ เพื่อต่อยอดความสำเร็จอย่างต่อเนื่องและผลจากนัดชิงที่ผ่านมาจบลงด้วยชัยชนะของ ทีมแชมป์แห่งสโมสรยุโรป ซึ่งนับว่าเป็นเกมส์ ชิงแชมป์สโมสรโลก ครั้งที่ 4  ซึ่งลิเวอร์พูลแพ้มาตลอด 3 ครั้งที่เคยเข้ารอบชิงดำ เกมนี้ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์หายป่วยกลับมาคุมแดนหลัง ส่วนตำแหน่งอื่นแข็งแกร่งทุกอนูตาม ด้านฟลาเมงโก้ก็จัดชุดใหญ่ลงสนามเช่นกันแนวหน้ามีตัวอันตรายอย่างเอแวร์ตอนและกาบิโกลที่พร้อมจะทะลวงประตูลิเวอร์พูลในทันทีที่พลาด หลังจากเกมส์ที่เริ่มต้นไปก็มีจังหวะหวาดเสียวมาก ซึ่งแต่ละจังหวะบอลไม่เป็นใจเช่นจังหวะที่โดนบอลในเขตโทษ ก็ไม่ได้เป่าให้ลิเวอร์พลูแต่อย่างใด หลังจากลิเวอร์พลูบุกอยู่นานก็ยังทำอะไรจนจบ 90 นาที เยอร์เก้น คล็อปป์นายใหญ่แห่งหงษ์แดงก็ได้เปลี่ยนเจมส์ มิลเนอร์, เซอร์ดาน ชากิรี่ ลงมาช่วยไล่และเวลาแห่งความยิ่งใหญ่ก็มาถึงเมื่อนาทีที่ 99 โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่  เริ่มจากจังหวะที่เฮนเดอร์สันจ่ายบอลไปให้มาเน่ได้บอลลากเข้ากรอบเขตโทษแต่โดนตามมายิงไม่ได้เลยไหลมาใฟ้ฟิร์มิโน่ที่เติมมาพอดีเกี่ยวหนีราฟินญ่าและอัลเวสก่อนยิงประตูโล่งๆเข้าไป 1-0 และเป็นประตูเดียวที่เกิดขึ้นในเกมส์และทำให้ลิเวอร์พูลสร้างประวัติศาสตร์หลังจากพลาดมา 3 ครั้งก่อนหน้านี้ และถ้าว่าลิเวอร์พูลต่อยอดความสำเร็จจากกยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก และซูปเปอร์ คัพอย่างยิ่งใหญ่เลยทีเดียว